ร่มเป็นสิ่งที่เราพบเห็นได้ทั่วไปในวันฝนตก และดีไซน์ของร่มก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงมากนักมาหลายศตวรรษ แต่สิ่งหนึ่งที่มักถูกมองข้ามไปคือรูปทรงของด้ามจับ ด้ามจับร่มส่วนใหญ่มีรูปทรงคล้ายตัวอักษร J คือส่วนบนโค้งและส่วนล่างตรง แต่ทำไมด้ามจับร่มถึงมีรูปทรงแบบนี้?
ทฤษฎีหนึ่งกล่าวว่า รูปทรงตัว J ช่วยให้ผู้ใช้จับร่มได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องกำแน่นเกินไป ส่วนบนที่โค้งของด้ามจับช่วยให้ผู้ใช้เกี่ยวด้วยนิ้วชี้ได้ ในขณะที่ส่วนล่างที่ตรงช่วยให้มือส่วนที่เหลือจับได้อย่างมั่นคง การออกแบบนี้ช่วยกระจายน้ำหนักของร่มไปทั่วฝ่ามืออย่างสม่ำเสมอและลดความเมื่อยล้าของนิ้ว ทำให้ถือได้สบายขึ้นเป็นเวลานาน
อีกทฤษฎีหนึ่งคือ รูปทรงตัว J ช่วยให้ผู้ใช้สามารถแขวนร่มไว้ที่แขนหรือกระเป๋าเมื่อไม่ได้ใช้งาน ปลายด้ามจับที่โค้งงอสามารถเกี่ยวไว้ที่ข้อมือหรือสายกระเป๋าได้อย่างง่ายดาย ทำให้มือว่างเพื่อถือสิ่งของอื่นๆ คุณสมบัตินี้มีประโยชน์อย่างยิ่งในที่แออัดหรือเมื่อต้องถือสิ่งของหลายชิ้น เพราะช่วยลดความจำเป็นในการถือร่มตลอดเวลา
ด้ามจับรูปตัว J ยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกด้วย เชื่อกันว่าดีไซน์นี้ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในศตวรรษที่ 18 โดย โจนาส ฮันเวย์ นักการกุศลชาวอังกฤษผู้ซึ่งเป็นที่รู้จักในเรื่องการพกร่มไปทุกที่ที่เขาไป ร่มของฮันเวย์มีด้ามจับไม้รูปทรงเหมือนตัวอักษร J และดีไซน์นี้ก็ได้รับความนิยมในหมู่ชนชั้นสูงของอังกฤษ ด้ามจับรูปตัว J ไม่เพียงแต่ใช้งานได้จริง แต่ยังดูทันสมัย และกลายเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะอย่างรวดเร็ว
ปัจจุบัน ด้ามร่มมีหลากหลายรูปทรงและวัสดุ แต่รูปทรงตัว J ยังคงเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง ความนิยมที่ยั่งยืนของดีไซน์นี้ทำให้ด้ามร่มแทบไม่เปลี่ยนแปลงมาหลายศตวรรษ ไม่ว่าคุณจะใช้ร่มเพื่อกันฝนหรือเพื่อบังแดด ด้ามร่มรูปตัว J ก็จับถนัดมือและใช้งานง่าย
โดยสรุปแล้ว ด้ามจับรูปตัว J ของร่มเป็นดีไซน์ที่ใช้งานได้ดีและมีสไตล์ ซึ่งผ่านการพิสูจน์แล้วว่าทนทาน รูปทรงตามหลักสรีรศาสตร์ทำให้จับถนัดมือแม้ใช้งานเป็นเวลานาน ในขณะที่ความสามารถในการคล้องแขนหรือถือกระเป๋าช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ด้ามจับรูปตัว J เป็นเครื่องเตือนใจถึงความชาญฉลาดของคนรุ่นก่อน และเป็นสัญลักษณ์ของเสน่ห์ที่ยั่งยืนของสิ่งของในชีวิตประจำวันที่ได้รับการออกแบบอย่างดี
วันที่เผยแพร่: 10 เมษายน 2566